โดย : Admin 07 มี.ค. 2567
การประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ
ครั้งที่ 1/2567 เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2567 ณ ห้องประชุม
301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
เป็นประธานการประชุม และมีหน่วยงานเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
เป็นรองประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงแรงงาน
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย
นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ทั้งนี้
ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาและวางแผนในการผลักดันให้เกิดการกระตุ้นรายได้จาก
การท่องเที่ยว ดังนี้
1. แนวทางการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ปี
2567 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นและสร้างงานให้กับประชาชน
1.1 การส่งเสริมการท่องเที่ยวคุณภาพสูง
1.1.1 การส่งเสริมการจัดประชุมสัมมนาและการจัดนิทรรศการ
การจัดประชุมสัมมนาและการจัดนิทรรศการ
(Meetings,
Incentives, Conventions and Exhibitions - MICE) เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ประเทศไทยมีศักยภาพและมีความพร้อม ซึ่งที่ประชุมมีมติ
ดังนี้
1.)
เห็นชอบและมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดกิจกรรมประชุม/สัมมนา/อีเวนต์ขนาดใหญ่
และอำนวยความสะดวกในการจัดงานและการเดินทางของนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศเป้าหมายผู้เข้าร่วมการประชุมและการจัดงานแสดงสินค้านานาชาติ
2)
เห็นชอบและมอบหมายกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ
(องค์การมหาชน) จัดทำแนวทางการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการประชุมนานาชาติ
ผ่านนโยบาย "One Ministry One Convention” เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ 1.1.2
การส่งเสริมการท่องเที่ยวสำราญทางน้ำ
การท่องเที่ยวสำราญทางน้ำ
(Maritime Tourism) เป็นรูปแบบการท่องเที่ยว
ที่ประเทศไทยมีศักยภาพและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยว
เนื่องจากประเทศไทยมี
แหล่งท่องเที่ยวและความพร้อมพร้อมในกิจกรรมทางน้ำที่หลากหลาย ทั้งในทะเล
เลียบชายฝั่ง และแม่น้ำลำคลอง
ซึ่งที่ประชุมมีมติ ดังนี้
๑)
เห็นชอบและมอบหมายกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาประสานหน่วยงานบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
(บพช.)
เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการศึกษาเพื่อจัดทำแผนแม่บทการท่องเที่ยวเรือสำราญ
(Thailand Cruise Master Plan) และแผนแม่บท
การท่องเที่ยวเรือสำราญและกีฬา (ยอร์ช) (Thailand Yacht Master Plan)
๒)
เห็นชอบและมอบหมายกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม
และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พิจารณาปรับปรุงพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
และกฎหมาย/ระเบียบ
ที่เกี่ยวข้องสำหรับการเดินทางเข้าประเทศทางน้ำ อาทิ การยกเลิกบัตร ตม.6
สำหรับนักท่องเที่ยวเรือสำราญ และ
การขยายระยะเวลาการอนุญาตให้คนประจำพาหนะเรือสำราญและกีฬา (ยอร์ช)อยู่ในประเทศไทยสอดคล้องกับ
การอนุญาตให้ตัวเรือสำราญและกีฬา (ยอร์ช) อยู่ในประเทศไทย เป็นต้น
๓)
เห็นชอบและมอบหมายกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยว
แห่งประเทศไทย ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อส่งเสริมเส้นทางการท่องเที่ยวในแม่น้ำ ลำคลอง เขื่อน และอ่างเก็บน้ำ
1.1.3 การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
(แหล่งท่องเที่ยวน้ำพุร้อน)
การท่องเที่ยวสุขภาพของไทยมีการเติบโตต่อเนื่องและขยายตัวต่อเนื่องเนื่องจาก
ความพร้อมและศักยภาพที่หลากหลาย โดยมีทั้งกิจกรรมหลากหลายรูปแบบทั้งการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
ความงาม นวดแผนไทย โดยรูปแบบที่ไทยมีศักยภาพสูง คือกิจกรรมการแช่น้ำพุร้อน
และมีโอกาสที่จะขยายต่อยอดเพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวน้ำพุร้อน สำหรับฟื้นฟูสุขภาพพักฟื้นระยะยาวเป็นต้น
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติ ดังนี้
1)
เห็นชอบและมอบหมายกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
โดยกรมการท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อส่งเสริมเส้นทางการท่องเที่ยวน้ำพุร้อน เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ และยกระดับแหล่งท่องเที่ยวน้ำพุร้อนที่มีศักยภาพให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพน้ำพุร้อน
ส่งเสริมการตลาด
และบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายในประเทศและระหว่างประเทศ
2)
เห็นชอบและมอบหมายกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกรมการท่องเที่ยว
จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวน้ำพุร้อนสู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
(Wellness Tourism)
1.1.4
การส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย
การส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยสร้างรายได้เข้าประเทศเฉลี่ยปีละเกือบ
5,000 ล้านบาท
โดยรายได้จำนวนนี้ได้ก่อเกิดการจ้างงานและกระจายรายได้สู่บุคลากร รวมถึงธุรกิจและบริการที่เกี่ยวข้อง
โดยกรมการท่องเที่ยวได้ดำเนินการต่าง ๆ
เพื่อดึงดูดให้ผู้สร้างภาพยนตร์ต่างประเทศทั่วโลกเลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการถ่ายทำ
โดยที่ประชุมมีมติ ดังนี้
1)
เห็นชอบและมอบหมายกระกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกรมการท่องเที่ยวเป็นขอรับการจัดสรรงบกลาง
รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น
เพื่อชำระคืนให้กับผู้สร้างภาพยนตร์ต่างประเทศที่ได้รับการอนุมัติเงินคืนจากคณะกรรมการพิจารณาการคืนเงินสำหรับมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยเรียบร้อยแล้วต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป
2) เห็นชอบและมอบหมายกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
โดยกรมการท่องเที่ยว เป็นหน่วยงานเจ้าภาพในการประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินกิจกรรมและมาตรการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ
3) เห็นชอบและมอบหมายกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
โดยกรมการท่องเที่ยว จัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศของเอเชีย
1.1.5
การส่งเสริมการจัดงานมหกรรมระดับนานาชาติ (World
Event/Festival)
รัฐบาลมีนโยบายในการส่งเสริมการจัดงานเทศกาลของโลกโดยนำจุดเด่น
Soft
Power มาเป็นหนึ่งในกลไกการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยงานเทศกาลที่มีความหลากหลาย
ทั้งนี้
ที่ประชุมได้มีมติ ดังนี้
1) เห็นชอบและมอบหมายกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ร่วมกับหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและการจัดงานให้กับผู้ประกอบการ
ผู้จัดงานเทศกาลและกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมาย
2) เห็นชอบและมอบหมายสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ
(องค์การมหาชน) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนกิจกรรมสร้างเครือข่ายผู้จัดงานไทยกับต่างประเทศ
สนับสนุนและพัฒนางานเทศกาล/มหกรรมนานาชาติที่มีศักยภาพ
และดำเนินการประมูลสิทธิ์เพื่อเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมนานาชาติ
1.2.
การส่งเสริมการท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มที่มีคุณภาพและค่าใช้จ่ายสูง
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ได้ทำการวิเคราะห์การทำตลาดต่างประเทศและทำงานร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามเป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวของรัฐบาล
ด้วยการส่งเสริมพันธมิตรสายการบินภายใต้กลยุทธ์ Airline
Focus, การขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
และการกระตุ้นการเดินทางในช่วงต่างๆ ทั้งในฤดูกาลท่องเที่ยว High Season และนอกฤดูกาลท่องเที่ยว Green Seasonซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบแนวทางการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว
ปี 2567 ประเด็นการตรวจลงตราเพื่ออำนวยความสะดวก
(Ease
of Travel) และกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยว และมอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
รวบรวมมาตรการด้านการตรวจลงตราเพื่ออำนวยความสะดวกและกระตุ้น การเดินทางของนักท่องเที่ยวและนักกีฬา
เสนอกระทรวงการต่างประเทศเพื่อพิจารณาในภาพรวมต่อไป
2.
แนวทางการแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
กรมการท่องเที่ยวได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
จำนวน 4 สาขา คือ ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจสปา ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์
และธุรกิจขนส่ง โดยแบ่งเป็นระยะสั้น ระยะกลาง และยาว
และมีการระบุหน่วยงานที่รับผิดชอบขึ้นอยู่กับภารกิจของหน่วยงาน
ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบตามที่เสนอ และมอบหมายฝ่ายเลขานุการฯ รับข้อสังเกตของคณะกรรมการฯ
ไปปรับปรุงแนวทางให้สอดคล้องกับภารกิจและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแต่ละหน่วยงาน
พร้อมทั้งแจ้งแนวทางดังกล่าวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการ ตลอดจนมอบหมายกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
โดยกรมการท่องเที่ยว ดำเนินการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามแนวทางดังกล่าว
--------------------------------------------------------