ระหว่างวันที่ 13–15 ตุลาคม 2569 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยผู้แทนกลุ่มการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวเอเปค ครั้งที่ 68 (68th APEC Tourism Working Group Meeting: TWG68) ณ กรุงพอร์ตมอร์สบี เขตเศรษฐกิจปาปัวนิวกินี เพื่อหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานภายใต้แผนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวเอเปค พ.ศ. 2568–2572 และแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนและมีความยืดหยุ่นต่อความท้าทายต่าง ๆ
การประชุมมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การติดตามผลการดำเนินงานจากการประชุมคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวเอเปค ครั้งที่ 67 และการประชุมรัฐมนตรีด้านการท่องเที่ยวเอเปค ครั้งที่ 13 โดยเฉพาะประเด็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางและความคืบหน้าการจัดทำรายงานสถานการณ์การท่องเที่ยวเอเปค (APEC Tourism State of the Art Report: STAR Report) ตลอดจนการหารือเกี่ยวกับการดำเนินโครงการภายใต้แผนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวเอเปค และกระบวนการคัดเลือกประธานคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวเอเปค (Lead Shepherd) สำหรับวาระปี พ.ศ. 2570–2571
ในโอกาสนี้ ประเทศไทยได้สนับสนุนผลการศึกษาเกี่ยวกับมาตรการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางของหน่วยสนับสนุนนโยบายเอเปค (APEC Policy Support Unit: PSU) พร้อมเสนอแนวทางขยายการเข้าถึงหลักสูตรการจัดการแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของออสเตรเลีย ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ของเขตเศรษฐกิจสมาชิกและ DOT Academy ของกรมการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสนับสนุนการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้เสนอแนวคิดสำหรับกำหนดธีมการดำเนินงานของคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวเอเปคในปี 2570 ภายใต้หัวข้อ “Travel Better, Live Better: Regenerative Tourism for Shared Prosperity” ซึ่งมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟูที่สร้างประโยชน์ร่วมกันให้แก่ชุมชน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ในการอภิปรายหัวข้อ “Strengthening Tourism Resilience for All Destinations” ผู้แทนประเทศไทยได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในหัวข้อ “Thailand’s Approach: From Volume to Value through Connectivity and Creative Cities” โดยนำเสนอแนวทางการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยจากการมุ่งเน้นจำนวนนักท่องเที่ยวสู่การสร้างมูลค่าและคุณภาพ ผ่านการพัฒนาเครือข่ายการเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยว การส่งเสริมเมืองสร้างสรรค์ และการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อกระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจสู่พื้นที่และชุมชน ตลอดจนเสริมสร้างความเข้มแข็งและความยืดหยุ่นให้แก่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบการแจ้งความพร้อมของเขตเศรษฐกิจเวียดนามในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวเอเปค ครั้งที่ 69 ในโอกาสต่อไป
ในวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ผู้แทนประเทศไทยยังได้เข้าร่วมงาน PNG Tourism Summit ซึ่งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแนวปฏิบัติที่ดีด้านการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาค โดยมีพลตำรวจโท พงษ์สยาม มีขันทอง ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เข้าร่วมเป็นวิทยากรในหัวข้อเกี่ยวกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยว ตลอดจนยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
การเข้าร่วมการประชุมและเวทีแลกเปลี่ยนดังกล่าวสะท้อนถึงบทบาทของประเทศไทยในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวภายใต้กรอบเอเปค ทั้งในมิติการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การเชื่อมโยงจุดหมายปลายทาง และการยกระดับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เพื่อสนับสนุนการเติบโตของการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ครอบคลุม และยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก










