เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น. นางสาวจันทร์จิราพร พิบูลย์ฐิติ นักวิเทศสัมพันธ์ชำนาญการ ผู้แทนกองนโยบายและการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมการประชุมระดมสมองว่าด้วยแนวทางส่งเสริมและบูรณาการความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน (LAC) ณ กระทรวงการต่างประเทศ
ในการประชุมดังกล่าว ผู้แทนกองฯ ได้สะท้อนว่า ภูมิภาค LAC เป็นตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul Market) ที่มีศักยภาพสูงและมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 มีนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคดังกล่าวเดินทางมายังประเทศไทยเกือบ 195,000 คน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 230,000 คนในปี 2568 สะท้อนโอกาสในการขยายฐานนักท่องเที่ยวคุณภาพของไทย
อย่างไรก็ตาม การดึงดูดนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคดังกล่าวยังมีข้อจำกัดด้านโครงสร้าง โดยเฉพาะการเชื่อมต่อเที่ยวบินระยะไกล (air connectivity) ที่ยังไม่เพียงพอ ระยะเวลาการเดินทางที่ยาวนาน ตลอดจนความท้าทายภายในประเทศ อาทิ ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย การกระจุกตัวของรายได้ในเมืองหลัก ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ปัญหา PM 2.5 และความจำเป็นในการยกระดับคุณภาพบริการให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้น
ทั้งนี้ ได้เสนอว่า ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับ LAC ควรมุ่งเน้น “การเติบโตเชิงคุณภาพ (Quality over Quantity)” โดยใช้จุดแข็งของประเทศไทยด้าน Soft Power และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เป็นกลไกขับเคลื่อน พร้อมเสนอแนวทางสำคัญ ได้แก่
1. การผลักดันการจัดกิจกรรมระดับนานาชาติ (Flagship Events) เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศ และสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอีเวนต์ระดับโลก (Global Event Hub) ครอบคลุมด้านกีฬา ดนตรี วัฒนธรรม และเทศกาลนานาชาติ
2. การส่งเสริม Sports Tourism และ Event-based Tourism เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ และกระจายรายได้สู่เมืองรอง โดยได้ยกตัวอย่างความสำเร็จของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระดับโลก เช่น “MotoGP Thailand Grand Prix ณ จังหวัดบุรีรัมย์” ซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ
3. การใช้ Esports และกิจกรรมร่วมสมัยเป็นเครื่องมือเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ โดยเฉพาะตลาด LAC ที่มีศักยภาพสูงด้านดิจิทัลและวัฒนธรรมร่วมสมัย
4. การบูรณาการ Soft Power ไทยในมิติที่สร้างมูลค่าได้จริง อาทิ อาหารไทย มวยไทย ดนตรี และคอนเทนต์สร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มระยะเวลาการพำนักและค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยว
5. การส่งเสริมความร่วมมือเชิงรูปธรรมระหว่างไทย–LAC อาทิ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดร่วม (joint promotion) การแลกเปลี่ยนอีเวนต์และการแข่งขันกีฬา การส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์และคอนเทนต์ (film tourism) และความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
6. การสนับสนุนการพัฒนาเส้นทางการเดินทางและความเชื่อมโยง (connectivity) ทั้งในรูปแบบความร่วมมือด้านการบิน และการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวแบบ multi-destination ร่วมกับประเทศในภูมิภาค
การประชุมครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับภูมิภาค LAC ในระยะยาว โดยมุ่งสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ สมดุล และยั่งยืน





