ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ขนาดตัวอักษร
สีตัวอักษร

“รองปลัดฯ วนิดา” ลุยเชียงใหม่ ปั้น Wellness–Creative Tourism ชู “ชา–กาแฟ–วิถีล้านนา” ยกระดับสู่จุดหมายท่องเที่ยวคุณภาพสูง

เผยแพร่เมื่อ 2 กันยายน 2569

แชร์:
“รองปลัดฯ วนิดา” ลุยเชียงใหม่ ปั้น Wellness–Creative Tourism ชู “ชา–กาแฟ–วิถีล้านนา” ยกระดับสู่จุดหมายท่องเที่ยวคุณภาพสูง

“รองปลัดฯ วนิดา” ลุยเชียงใหม่ ปั้น Wellness–Creative Tourism ชู “ชา–กาแฟ–วิถีล้านนา” ยกระดับสู่จุดหมายท่องเที่ยวคุณภาพสูง

วันที่ 31 สิงหาคม 2569 นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการระดมความคิดเห็นเพื่อพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ณ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว เข้าร่วมระดมความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ให้ตอบโจทย์ตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ

การประชุมครั้งนี้มุ่งออกแบบและพัฒนา เส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่มีศักยภาพ โดยนำจุดแข็งของเชียงใหม่ ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่น อาหารพื้นบ้าน และอัตลักษณ์วิถีล้านนา มาผสานกับองค์ความรู้และบริการด้านสุขภาพ เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่มากกว่าการพักผ่อน แต่ช่วยเติมเต็มสุขภาวะทั้งกายและใจ มีมาตรฐาน สามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์ และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนและประเทศ

พร้อมกันนี้ ได้ปักหมุด 2 เส้นทาง Wellness Tourism ที่มีศักยภาพ ได้แก่ “Wellness Hill” เส้นทางสุขภาพท่ามกลางธรรมชาติและภูเขา เชื่อมโยงพื้นที่ สะเมิง–หางดง และ “Wellness Hot-Spring” เส้นทางสุขภาพที่โดดเด่นด้านวารีบำบัดและน้ำพุร้อนธรรมชาติ เชื่อมโยงพื้นที่ แม่ออน–สันกำแพง เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์และเพิ่มทางเลือกใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยว

ต่อมา วันที่ 1 กันยายน 2569 นางสาววนิดา พร้อมคณะทำงาน ลงพื้นที่ ชุมชนบ้านแม่ตอนหลวง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพสูง ภายใต้เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism) “Coffee & Tea” โดยมีผู้แทนส่วนราชการ ภาคเอกชน อินฟลูเอนเซอร์ และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ร่วมสำรวจศักยภาพและสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวของชุมชน

คณะได้เรียนรู้เรื่องราวของ “กาแฟ–เมี่ยง–ป่า–สายน้ำ” ซึ่งล้วนเป็นทุนสำคัญของบ้านแม่ตอนหลวง เริ่มจากการเรียนรู้กระบวนการผลิตกาแฟ ณ ศูนย์การเรียนรู้วิสาหกิจชุมชนกาแฟสดแม่ตอนหลวง สัมผัสภูมิปัญญาการทำและมัด “เมี่ยง” อาหารพื้นบ้านที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนล้านนามายาวนาน ก่อนเดินศึกษาธรรมชาติตามเส้นทาง ป่าเมี่ยงและกาแฟสู่ดอยลังกาน้อย พร้อมเรียนรู้เรื่องราวของลำน้ำแม่ตอน และผลิตภัณฑ์กาแฟที่เติบโตควบคู่กับทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชุมชนในพื้นที่

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนแนวคิดของการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการเดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่ แต่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ “ลงมือทำ–เรียนรู้–สัมผัส–เข้าใจ” วิถีชีวิตและภูมิปัญญาของคนในพื้นที่ ซึ่งสามารถสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ตลอดจนสร้างเรื่องราว (Storytelling) ที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์และความแตกต่างให้กับแหล่งท่องเที่ยว

นางสาววนิดา กล่าวว่า การพัฒนาการท่องเที่ยวในระยะต่อไปจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับ “คุณค่าและคุณภาพ” ของประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวได้รับ โดยเชียงใหม่มีต้นทุนที่แข็งแกร่งทั้งธรรมชาติ สุขภาพ วัฒนธรรม อาหาร ชา กาแฟ และภูมิปัญญาของชุมชน หากสามารถนำองค์ประกอบเหล่านี้มาเชื่อมโยงเป็นเส้นทางและสร้างเรื่องราวที่น่าสนใจ จะช่วยเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ และทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวกระจายลงสู่ชุมชนได้มากขึ้น

“เราไม่ได้ต้องการให้นักท่องเที่ยวเพียงมาเชียงใหม่แล้วเดินทางกลับ แต่ต้องการให้เขาได้สัมผัสเรื่องราว ได้เรียนรู้วิถีชุมชน ได้เห็นคุณค่าของธรรมชาติ ชา กาแฟ อาหาร และภูมิปัญญาล้านนา เพราะประสบการณ์เหล่านี้คือสิ่งที่สร้างความแตกต่างและทำให้การท่องเที่ยวมีมูลค่าสูงขึ้น ที่สำคัญคือมูลค่าที่เกิดขึ้นต้องกลับคืนสู่คนในพื้นที่และช่วยให้ชุมชนสามารถรักษาทรัพยากรและวิถีชีวิตของตนเองได้อย่างยั่งยืน” รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าว

การดำเนินงานทั้ง Wellness Tourism และ Creative Tourism “Coffee & Tea” จึงเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางขับเคลื่อน “เชียงใหม่สู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวคุณภาพสูง” ด้วยการเชื่อมโยงสุขภาพ ธรรมชาติ วัฒนธรรม ภูมิปัญญา อาหาร และวิถีชุมชนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีความหมาย ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพ ตลอดจนใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์และพลังของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ช่วยถ่ายทอดเรื่องราวของพื้นที่ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง

พร้อมมุ่งหวังให้การท่องเที่ยวเป็นกลไกสำคัญในการ สร้างงาน สร้างรายได้ กระจายประโยชน์สู่เศรษฐกิจฐานราก ควบคู่กับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและอัตลักษณ์ของชุมชน เพื่อวางรากฐานการท่องเที่ยวเชียงใหม่ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว