เผยแพร่เมื่อ 17 กรกฎาคม 2569

“รมว.สุรศักดิ์” ลงพื้นที่พัทยา รับฟังภาครัฐ–เอกชนชลบุรี ยกระดับความปลอดภัยด้วย AI เดินหน้าปราบธุรกิจนอมินี พร้อมผลักดันอู่ตะเภาและพัทยาสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลก
วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.00 น. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี และติดตามความคืบหน้าด้านการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ณ ห้อง The Port Ballroom โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมี นายพัสกร รังสิวัฒนศักดิ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และโฆษกกระทรวงฯ นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
การประชุมเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนร่วมสะท้อนสถานการณ์การท่องเที่ยว ข้อเสนอแนะ และแนวทางการพัฒนาพื้นที่ โดยมีผู้แทนจากสมาคมด้านการท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดชลบุรี อาทิ สมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก สมาคมแหล่งท่องเที่ยวชลบุรี สมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา สมาคมสปาและเวลเนสภาคตะวันออก และสมาคมท่องเที่ยวและบริการศรีราชาและเกาะสีชัง เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้ความสำคัญกับการยกระดับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการความร่วมมือกับตำรวจท่องเที่ยวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน อาทิ รถสายตรวจเคลื่อนที่ของตำรวจท่องเที่ยวที่ติดตั้งระบบกล้อง AI สำหรับตรวจจับและคัดกรองบุคคลเฝ้าระวัง การใช้โดรนตรวจจับความร้อน และโดรนกู้ภัยทางน้ำ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเฝ้าระวังและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังเน้นย้ำถึงการแก้ไขปัญหาธุรกิจต่างชาติที่ใช้คนไทยถือหุ้นแทน (Nominee) ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการประกอบธุรกิจและยกระดับความโปร่งใสของภาคการท่องเที่ยว โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือแนวทางเพิ่มศักยภาพการเดินทางทางอากาศผ่านสนามบินอู่ตะเภา โดยรัฐบาลอยู่ระหว่างการประสานความร่วมมือกับสายการบินทั้งในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกกลาง จีน และมาเลเซีย เพื่อเพิ่มเที่ยวบินตรงมายังสนามบินอู่ตะเภา รองรับการขยายตัวของตลาดนักท่องเที่ยว พร้อมตั้งเป้าฟื้นฟูจำนวนผู้โดยสารให้กลับสู่ระดับก่อนสถานการณ์โควิด-19 ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมของเมืองพัทยาในการรองรับกิจกรรมและเทศกาลระดับนานาชาติช่วงปลายปี รวมถึงเทศกาลดนตรีระดับโลก Tomorrowland ซึ่งจะเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศ
ในด้านการพัฒนาศักยภาพพื้นที่ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ร่วมกับกรมการท่องเที่ยว เมืองพัทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังผลักดันให้เมืองพัทยาเข้าสู่การเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของ UNESCO ในสาขา City of Film ภายในปี 2570 เพื่อยกระดับศักยภาพเมืองสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของภูมิภาค
ในช่วงท้ายของการประชุม ได้มีการชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา (Free Visa) สำหรับนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย โดยยืนยันว่าปัจจุบันได้รับอนุญาตให้พำนักในประเทศไทยได้ไม่เกิน 30 วัน ตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการตลาดนักท่องเที่ยวต่อไป
#สุรศักดิ์พันธ์เจริญวรกุล #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #รมวเอ #รมวสุรศักดิ์ #AteamMOTS #MinisAmots