เผยแพร่เมื่อ 10 กรกฎาคม 2569

'สุรศักดิ์' นั่งหัวโต๊ะถกเอกชนสงขลา สั่งลุย 5 ยุทธศาสตร์ปลดล็อกอุปสรรค ดันหาดใหญ่-สงขลา สู่ 'Living Heritage & Medical Hub' แห่งอาเซียน
วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.00 น. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยนายพัสกร รังสิวัฒนศักดิ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และโฆษกกระทรวงฯ นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และผู้บริหารกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นและกำหนดแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา พร้อมรับฟังข้อเสนอจากผู้แทนภาคเอกชน 5 องค์กรหลัก ได้แก่ หอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยว และสมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน เพื่อบูรณาการการทำงานและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ณ โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
บรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างเข้มข้น โดยภาคเอกชนได้สะท้อนศักยภาพของจังหวัดสงขลาในการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Hub) และเมืองมรดกทางวัฒนธรรม (Living Heritage) พร้อมเสนอแนวทางยกระดับการท่องเที่ยวทั้งมิติทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ
หลังรับฟังข้อเสนอ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ขานรับและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการใน 5 ยุทธศาสตร์หลัก ทันที ได้แก่:
1. ยุทธศาสตร์ 'ทลายคอขวดพรมแดน' (Seamless Border Crossing): เพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้าหน้าด่านพรมแดนที่กินเวลา 5-6 ชั่วโมง รัฐมนตรีฯ ได้สั่งการให้เร่งจัดตั้ง Tourist Center (ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว) บริเวณหน้าด่าน โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (TAC) และตำรวจท่องเที่ยว เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความเชื่อมั่น พร้อมรับข้อเสนอเอกชนเรื่องการปรับระบบเอกสารนำรถเข้าประเทศให้เป็นแบบออนไลน์ และการรับรองใบขับขี่ออนไลน์ (Digital Driving License) แบบมาเลเซีย โดยจะนำไปหารือกับกรมศุลกากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
2. ยุทธศาสตร์ 'เปิดน่านฟ้า-น่านน้ำ' เจาะตลาดศักยภาพ (New Routes & Cruise Tourism): ตอบรับข้อเสนอการดึงนักท่องเที่ยวจากเมืองใหม่ๆ เช่น คุนหมิง (จีน) และจาการ์ตา (อินโดนีเซีย) รวมถึงนักท่องเที่ยวจากฝั่งยุโรป โดยมอบหมายให้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รับเป็นเจ้าภาพตั้งคณะทำงานร่วมกับภาคเอกชน ประสานงานสายการบิน เช่น AirAsia และ Vietjet เพื่อเพิ่มเที่ยวบินตรงสู่สงขลา ควบคู่ไปกับการศึกษาความเป็นไปได้ในการผลักดันสงขลาเป็นจุดแวะพักของเรือสำราญ (Cruise Tourism) จากสิงคโปร์
3. ยุทธศาสตร์ 'ชูจุดขายฮาลาลและเมืองสร้างสรรค์' (Halal & Creative Gastronomy):
รัฐมนตรีฯ มอบหมาย ททท. ผลักดันแคมเปญเส้นทางท่องเที่ยวฮาลาล (Halal Tourism Route) เชื่อมโยงรัฐปะลิส-สงขลา-สุราษฎร์ธานี เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวมุสลิมที่มีกำลังซื้อสูง พร้อมสนับสนุนแนวคิดของกลุ่มคนรุ่นใหม่ (YEC) ในการสร้างสรรค์การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (Experience Tourism) เพื่อดันสงขลาสู่การเป็น Creative & Gastronomy City โดยเตรียมศึกษาความเป็นไปได้ในการออกตั๋วท่องเที่ยวรวม (City Pass) และแพลตฟอร์มโปรโมชันสำหรับ SME ในพื้นที่
4. ยุทธศาสตร์ 'ปลดล็อกข้อจำกัด-พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่' (Unlocking Potential):
รับข้อเสนอในการพัฒนาพื้นที่ทะเลสาบสงขลาและคาบสมุทรสทิงพระ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่แห่งใหม่ (New Destination) เพื่อลดความแออัดและกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยมอบหมายให้ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ลงพื้นที่ศึกษาศักยภาพ ควบคู่กับการบูรณาการด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อปลดล็อกข้อจำกัดทางผังเมืองในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
5. ยุทธศาสตร์ 'ความปลอดภัยและกฎหมาย' (Safety & Regulation):
เน้นย้ำเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ และเตรียมรับข้อเสนอของเอกชนเรื่องการผลักดันนโยบายคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT Refund) ทางบก ไปหารือในระดับรัฐบาล รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับมัคคุเทศก์และตำรวจท่องเที่ยวให้มีความชัดเจนและทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น
"ศักยภาพของสงขลาไม่ได้มีแค่การเป็นเมืองชายแดน แต่คือประตูสู่ภูมิภาคอาเซียนที่มีจุดแข็งทั้งด้านวัฒนธรรม อาหาร และสาธารณสุข ข้อเสนอจากภาคเอกชนในวันนี้คือเสียงสะท้อนจากผู้ที่ทำงานหน้างานจริง ผมขอให้ภาคเอกชนนำข้อเสนอเหล่านี้ผ่านเข้าสู่กลไกของ กรอ.ระดับจังหวัด ด้วย เพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นไปอย่างมีพลังและเป็นระบบ ซึ่งกระทรวงฯ พร้อมจะรับไม้ต่อและทำงานร่วมกับทุกฝ่าย เพื่อพลิกโฉมการท่องเที่ยวสงขลาให้เติบโตอย่างยั่งยืน" นายสุรศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย