เผยแพร่เมื่อ 27 มิถุนายน 2569

กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ร่วมประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวเอเปค ผลักดัน “การท่องเที่ยวดิจิทัลที่ทุกคนเข้าถึงได้” ชู AI–นวัตกรรม–CBT ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคุณภาพสู่ความยั่งยืน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวเอเปค ครั้งที่ 13 (The 13th APEC Tourism Ministerial Meeting: TMM13) ณ เขตบริหารพิเศษมาเก๊า สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และแนวทางความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกับรัฐมนตรีและผู้แทนจากเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปค เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของภูมิภาคให้เติบโตอย่างยั่งยืน มีนวัตกรรม และครอบคลุมทุกภาคส่วน
ในการประชุม ไทยได้แสดงจุดยืนสนับสนุนหัวข้อหลักของเอเปคปี 2569 “Building an Asia-Pacific Community to Prosper Together” พร้อมเห็นว่าการขับเคลื่อนด้านความเปิดกว้าง นวัตกรรม และความร่วมมือ สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์คณะทำงานการท่องเที่ยวเอเปค (APEC Tourism Working Group Strategic Plan 2025–2029) ที่มุ่งยกระดับการท่องเที่ยวให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค
นางสาวนัทรียา กล่าวว่า ไทยให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่การท่องเที่ยวดิจิทัล (Digital Tourism Transformation) ควบคู่กับการสร้างความยั่งยืน โดยได้แบ่งปันประสบการณ์การพัฒนาระบบอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล อาทิ ระบบ eVisa, Thailand Digital Arrival Card (TDAC), การนำเทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์มาใช้ในการตรวจคนเข้าเมือง และระบบช่องตรวจอัตโนมัติ ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว ความปลอดภัย และยกระดับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว
พร้อมกันนี้ ไทยยังผลักดันการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติของการท่องเที่ยว ทั้งการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว การให้บริการนักท่องเที่ยว และการตลาดสมัยใหม่ โดยเน้นย้ำว่าการพัฒนาเทคโนโลยีจะต้องสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียม ไม่ทิ้งผู้ประกอบการรายย่อย วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSMEs) และชุมชนท้องถิ่นไว้ข้างหลัง
ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวในที่ประชุมว่า “เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เราต้องทำให้มั่นใจว่านวัตกรรมสามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว”
ประเทศไทยจึงเสนอแนวทางความร่วมมือสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการเข้าถึงแพลตฟอร์มดิจิทัล การลงทุนพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้แก่ชุมชนและผู้ประกอบการ การสนับสนุนแพลตฟอร์มนวัตกรรมแบบเปิดเพื่อเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพและชุมชนมีส่วนร่วม และการสร้างกรอบนโยบายที่เอื้อต่อการแบ่งปันข้อมูลและการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม
นอกจากนี้ ไทยยังได้นำเสนอความสำเร็จของแพลตฟอร์มดิจิทัลที่สนับสนุนการท่องเที่ยว อาทิ TAT-AI, Amazing Thailand App ที่ให้ข้อมูลและคำแนะนำแบบเรียลไทม์ ความร่วมมือกับ Alipay+ ผ่าน Voyager AI Travel Agent รวมถึง Amazing Thailand Innovation Gadget ที่เปิดพื้นที่ให้นวัตกรรมจากสตาร์ทอัพไทย และการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community-Based Tourism) ผ่านแพลตฟอร์ม Local Alike ที่ช่วยให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการโฮมสเตย์และบริการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในช่วงท้ายของการประชุม นางสาวนัทรียาได้ยืนยันถึงความพร้อมของประเทศไทยในการร่วมมือกับทุกเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปค เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของภูมิภาคสู่อนาคต โดยกล่าวว่า “ประเทศไทยพร้อมแบ่งปันประสบการณ์และทำงานร่วมกับทุกเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปค เพื่อสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่มีความยืดหยุ่น ใช้นวัตกรรมเป็นฐาน และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง อันจะนำไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก”
การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้สะท้อนบทบาทเชิงรุกของประเทศไทยในการผลักดันความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ "Quality Destination" ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นเครื่องมือสร้างการเติบโตอย่างสมดุล ยั่งยืน และครอบคลุมทุกภาคส่วนของสังคม