เผยแพร่เมื่อ 17 มีนาคม 2569

“หัวหน้าผู้ตรวจราชการฯ สันติ ป่าหวาย ” ร่วมการตรวจราชการแบบบูรณาการของผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบที่ 1 จังหวัดอุบลราชธานี ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
วันที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 9.30 น. ณ ห้องประชุม Zoom สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 1 กรุงเทพมหานคร
ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
นายสันติ ป่าหวาย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมการตรวจราชการแบบบูรณาการของผู้ตรวจราชการ สำนักนายกรัฐมนตรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบที่ 1 ณ จังหวัดอุบลราชธานี ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมี นายอิทธิพล ช่างกลึงดี ผู้ตรวจราชการ สำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 14 (จังหวัดยโสธร และศรีสะเกษ) และนางสุภัทร กิจเวช ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 14 (จังหวัดอุบลราชธานี และอำนาจเจริญ) เป็นประธานการประชุม โดยมีผู้บริหาร ผู้ตรวจราชการกระทรวงต่าง ๆ ผู้แทนจังหวัด ที่ปรึกษาภาคประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด อุบลราชธานี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด อำนาจเจริญ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยโสธร รวมทั้ง ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม การประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ดัวย
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามผลการดำเนินแผนงาน/โครงการตามแผนการตรวจราชการ แบบบูรณาการของผู้ตรวจราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในประเด็น ดังนี้
1. การตรวจติดตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล ได้แก่ 1) การป้องกัน
ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด และ
2) การยกระดับการท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้
2. การตรวจติดตามงานอื่น ๆ ตามที่คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หรือปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมอบหมาย ได้แก่ การเข้าถึงสิทธิและ สวัสดิการขั้นพื้นฐานของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย เด็ก คนพิการ และผู้สูงอายุ
รวมทั้ง เพื่อรับทราบข้อคิดเห็น ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะในส่วนที่เกี่ยวข้อง จากหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน
โดย มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะจากการตรวจราชการ ดังนี้
1. มุ่งเน้นการกำกับ ดูแล เรื่องความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบันทาง กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวมีโครงการสร้างพื้นที่ปลอดภัยโดยใช้
เทคโนโลยีกล้อง AI และการใช้รถโมบายเคลื่อนที่ตรวจจับ ผู้กระทำผิดด้วยความรวดเร็ว
2. ควรให้ความสำคัญกับภาคเครือข่ายชุมชนเป็นผู้ขับเคลื่อน การท่องเที่ยวในระดับชุมชน พื้นที่ พร้อมยกระดับอัตลักษณ์ ความโดดเด่นของสินค้า บริการในพื้นที่ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว ทำให้สินค้าและบริการเหล่านั้นเป็นของที่ระลึกของฝากที่มีความเฉพาะ
3. การปรับปรุงรูปแบบการจัดเก็บข้อมูลสถิตินักท่องเที่ยวภายใน จังหวัดเพื่อให้เกิดความชัดเจน ข้อมูลสอดคล้องกับสถานการปัจจุบัน โดยเสนอให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการการทำงานร่วมกัน เช่น สำนักงานจังหวัด สำนักงานสถิติจังหวัด สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ผู้ประกอบการภาคเอกชน เป็นต้น
4. ปัจจุบันแต่ละพื้นที่ประสบปัญหากรณีเรื่องน้ำมันไม่เพียงพอ ขอให้พิจารณาแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยว ปรับปรุงรูปแบบการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
5. ขอให้พิจารณาแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวพร้อมการทำงาน นอกสถานที่หรือการทำงานพร้อมไปเที่ยว (Workcation) เพื่อให้สอดคล้องตามมติคณะรัฐมนตรีที่ให้เห็นชอบมาตรการด้านพลังงาน เพื่อการบริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์ การสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งหลายหน่วยงานมีแนวทางให้บุคลากรของหน่วยงานปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work For Home)
6. ขอให้สำรวจ จัดทำ ปรับปรุง สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับการท่องเที่ยว ได้แก่ เรื่องป้ายบอกทางเข้าแหล่งท่องเที่ยวให้เพียงพอ ป้ายที่ชำรุดปรับปรุงให้ดีขึ้น จัดทำห้องน้ำให้เพียงพอ ดูแลเรื่องความสะอาด รองรับทุกกลุ่มนักท่องเที่ยว แสงสว่างที่เพียงพอ การเชื่อมโยงด้านการคมนาคมที่เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวอย่างสะดวก และดูแลเรื่องความสะอาดด้วย เป็นต้น
7. การบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และสถานศึกษา เพื่อร่วมกันวางแผนงานด้านการท่องเที่ยว เชิงระบบให้มีความสอดคล้องและดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน เกิดผลเป็นรูปธรรม และลดความซ้ำซ้อนการทำงาน