เผยแพร่เมื่อ 10 มีนาคม 2569

“หัวหน้าผู้ตรวจราขการฯ สันติ ป่าหวาย ” ร่วมการตรวจราชการแบบบูรณาการของผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบที่ 1 จังหวัดขอนแก่น
วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 9.30 น. ณ ห้องประชุมพระธาตุขามแก่น ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น
นายสันติ ป่าหวาย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมการตรวจราชการแบบบูรณาการ ของผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบที่ 1 เขตตรวจราชการที่ 12 จังหวัดขอนแก่น โดยมี นายอิทธิพล ช่างกลึงดี ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 12 (จังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม) เป็นประธานการประชุม โดยมีนายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมด้วย ผู้ตรวจราชการกระทรวงต่าง ๆ ที่เข้าร่วมประชุม ได้แก่ นายพิชิต สมบัติมาก ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายภูมิภัทร เรืองแหล่ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ นางเพ็ญนภา กัญชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นางวราพรรณ ชัยชนะศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม ที่ปรึกษาภาคประชาชนจังหวัดขอนแก่น ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดที่นำเสนอข้อมูลผ่านระบบการประชุมออนไลน์ ได้แก่ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาฬสินธุ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดร้อยเอ็ด ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดมหาสารคาม รวมทั้ง มีหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดขอนแก่นที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวดัวย
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามผลการดำเนินแผนงาน/โครงการตามแผนการตรวจราชการ แบบบูรณาการของผู้ตรวจราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในประเด็น ดังนี้
1. การตรวจติดตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล ได้แก่ 1) การป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด และ
2) การยกระดับการท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้
2. การตรวจติดตามงานอื่น ๆ ตามที่คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หรือปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมอบหมาย ได้แก่ การเข้าถึงสิทธิและ สวัสดิการขั้นพื้นฐานของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย เด็ก คนพิการ และผู้สูงอายุ
รวมทั้ง เพื่อรับทราบข้อคิดเห็น ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะในส่วนที่เกี่ยวข้อง จากหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน
โดย มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะจากการตรวจราชการ ดังนี้
1. ควรให้ความสำคัญกับการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคเครือข่ายชุมชน อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน โดยนำความโดดเด่นของแต่ละหน่วยงานมายกระดับการท่องเที่ยวในจังหวัด
2. การรองรับการจัดกิจกรรมด้านท่องเที่ยวและกีฬาต่างๆ ทั้งในภาวะปกติ และในช่วงเทศกาล ที่จำเป็นต้องใช้บุคลากรจำนวนมาก ในการให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อให้ข้อมูล อำนวยความสะดวก ช่วยเหลือดูแล สามารถประสานงานกับบุคลากรด้านการท่องเที่ยวและกีฬาได้ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (TAC) อาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา เป็นต้น
3. ควรให้ความสำคัญ มุ่งเน้น และยกระดับการกำกับ ดูแล เรื่องความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบันทางกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวมีเครื่องมือในการดำเนินการโดยใช้เทคโนโลยีกล้อง AI อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน (Drone) ซึ่งสามารถบังคับระยะไกลหรืออัตโนมัติได้ และการใช้รถโมบายเคลื่อนที่ เพื่อตรวจจับผู้กระทำผิดและให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉินด้วยความรวดเร็ว และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว รวมทั้งเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย
4. ขอให้กำหนดแนวทาง มาตรการ ในการควบคุม กำกับ ดูแล ผู้ประกอบการ ผู้จัดกิจกรรมด้านท่องเที่ยวและด้านกีฬา ไม่ให้เอาเปรียบนักท่องเที่ยวหรือ นักกีฬาที่เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ
5. ขอให้สำรวจ จัดทำ ปรับปรุง สาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับการท่องเที่ยว ได้แก่ ป้ายบอกทางเข้าแหล่งท่องเที่ยว จัดทำห้องน้ำให้เพียงพอ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทุกช่วงวัยทุกกลุ่มเป้าหมาย