เผยแพร่เมื่อ 2 มีนาคม 2569

ผู้ช่วยปลัดท่องเที่ยวฯ ร่วมประเมินสถานการณ์ตะวันออกกลาง ณ ทำเนียบรัฐบาล ย้ำไทยพร้อมรับมือทุกมิติ เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นในฐานะ Safe Destination
วันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น. นายเศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งนายชูวิทย์ ศิริเวชกุล รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์
ที่ประชุมได้ติดตามและประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวในหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า และการเดินทางระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเส้นทางการบินที่เชื่อมต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งมีสายการบินบางส่วนประกาศยกเลิกเที่ยวบิน ส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางของผู้โดยสารในบางเส้นทาง
ในการนี้ นายเศกสันฐ์ฯ ได้รายงานภาพรวมการประเมินผลกระทบด้านการท่องเที่ยว พร้อมชี้แจงมาตรการของ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ทั้งท่าอากาศยาน สายการบิน ตำรวจท่องเที่ยว และศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (TAC) เพื่ออำนวยความสะดวก ให้คำแนะนำ และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันไม่พบผู้โดยสารตกค้างภายในสนามบินหลักของประเทศ
นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังได้เน้นย้ำการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง ทันเวลา และรอบด้านแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่น พร้อมยืนยันความพร้อมของประเทศไทยในฐานะ “Safe Destination” ที่มีระบบบริหารจัดการและมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ รองรับได้ในทุกสถานการณ์
ด้านนายกรัฐมนตรี ได้ให้ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์ว่า แม้สถานการณ์ปัจจุบันอาจส่งผลกระทบในบางด้าน แต่อาจเป็นโอกาสในการปรับกลยุทธ์การตลาด โดยมุ่งขยายฐานนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคที่มีศักยภาพ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง พร้อมผลักดันจุดแข็งของไทย อาทิ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism) และการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ นายเศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์ ยืนยันว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมทำงานเชิงรุก ควบคู่กับการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม และรักษาภาพลักษณ์ประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย น่าเชื่อถือ และมีมาตรฐานในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง