ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ขนาดตัวอักษร
สีตัวอักษร

พิธีแถลงข่าวโครงการป้องกันปราบปรามการเอารัดเอาเปรียบหลอกลวงนักท่องเที่ยวและผู้บริโภค

เผยแพร่เมื่อ 15 มีนาคม 2556

แชร์:
พิธีแถลงข่าวโครงการป้องกันปราบปรามการเอารัดเอาเปรียบหลอกลวงนักท่องเที่ยวและผู้บริโภค
        นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยพลตำรวจเอกวุฒิ ลิปตพัลลภ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวโครงการป้องกันปราบปรามการเอารัดเอาเปรียบหลอกลวงนักท่องเที่ยวและผู้บริโภค โดยมีนายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางธนิฏฐา เศวตศิลา มณีโชติ รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมในการแถลงข่าวครั้งนี้ด้วย ณ ห้องประชุม ๑ ชั้น ๒ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๖ ตามที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยว ๒ ล้านล้านบาท ภายในปี ๒๕๕๘ นั้น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการนำของ นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในขณะนั้น ได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะรักษาศักยภาพของประเทศไทยทั้งด้านการท่องเที่ยวและกีฬา ให้เป็นผู้นำในระดับภูมิภาคและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันมากยิ่งขึ้น โดยการสนับสนุนแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ และจากสถิติในปี พ.ศ.๒๕๕๕ พบว่านักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทย สูงถึง ๒๒.๓ ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ.๒๕๕๔ กว่า ๓ ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ ๑๕.๙๘ และสร้างรายได้เข้าประเทศกว่า ๙ แสนล้านบาท ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์เอาไว้และเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้เป็นอย่างมาก เมื่อมีแนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่เหตุอาชญากรรม และการหลอกลวงนักท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆจากกลุ่มมิจฉาชีพก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นทางด้านการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาโดยสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เล็งเห็นความสำคัญ จึงให้มีการจัดตั้ง สำนักแก้ไขปัญหาการหลอกลวงและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (สกช.) ขึ้นเมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย สำนักแก้ไขปัญหาการหลอกลวงและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว(สกช.)
 
       ได้ดำเนินการรับเรื่องร้องเรียนและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว โดยทำหน้าที่ประสานข้อมูลและเจรจาไกล่เกลี่ยกับคู่กรณี และส่งข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้น เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในลำดับต่อไปทำให้คดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวบางกรณีเกิดความล่าช้าและเสร็จสิ้นตามเงื่อนไขของกรอบระยะเวลาที่จำกัดของนักท่องเที่ยวได้ ด้วยเหตุนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย สำนักแก้ไขปัญหาการหลอกลวงและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (สกช.) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้มีการหารือร่วมกับ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว (บก.ทท.) เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการหลอกลวงที่เกิดขึ้น และเห็นชอบร่วมกันในการจัดทำ "โครงการป้องกันปราบปรามการเอารัดเอาเปรียบหลอกลวงนักท่องเที่ยวและผู้บริโภค” เป็นระยะเวลา ๓ เดือน ตั้งแต่ วันที่ ๑๕ มีนาคม – ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๖ ซึ่งกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) ได้จัดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ จำนวน ๔ ชุด ได้แก่ ๑. ชุดบัญชาการและอำนวยการ ทำหน้าที่ควบคุมกำกับการ ๒. ชุดป้องกันปราบปราม ทำหน้าที่เฝ้าระวังในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญที่เป็นจุดเสี่ยง ๓. ชุดสืบสวน ทำหน้าที่ออกสืบสวนหาข้อมูลโดยการล่อซื้อหรือถ่ายภาพเหตุการณ์การหลอกลวงนักท่องเที่ยว ๔. ชุดสอบสวน ทำหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนจากสำนักแก้ไขปัญหา การหลอกลวงและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และตรวจสอบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด เพื่อทำหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวและจากสำนักแก้ไขปัญหาการหลอกลวงและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (สกช.) ที่รับเรื่องมาจากช่องทางอื่นๆ ในการบูรณาการแก้ไขปัญหาและการปราบปรามให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป โดยจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการฯ ณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถนนราชดำเนินนอก เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๒ ๓๕๖ ๐๖๕๐, ๐๒ ๒๘๓ ๑๕๐๐ ต่อ ๑๖๐๒, ๑๖๐๓, ๑๖๐๔ โทรสาร ๐๒ ๓๕๖ ๐๖๕๕ หรือ ที่ e-mail: [email protected],[email protected] , http:// sceretery .mots.go.th หรือ www.consumer.police.go.th และ Call Centre ๑๑๓๕ หรือ ๑๑๕๕