ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ขนาดตัวอักษร
สีตัวอักษร

เปิดงานสัมมนาชาวค่ายมวยไทย

เผยแพร่เมื่อ 28 สิงหาคม 2555

แชร์:
เปิดงานสัมมนาชาวค่ายมวยไทย
         เมื่อวันอังคารที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๕ นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนาชาวค่ายมวยไทย ณ ห้องภาณุมาศ ชั้น ๑๐ โรงแรมรอยัลริเวอร์ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร
 
         ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการสัมมนาครั้งนี้ว่าเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านกีฬามวยไทยในมิติต่างๆ ได้แก่ มิติการป้องกันตัว มิติการออกกำลังกาย และมิติการแข่งขันอาชีพ และเพื่อเผยแพร่การจัดทำหลักสูตรผู้ฝึกสอนกีฬามวยไทยอาชีพ หลักสูตรมาตรฐานศิลปะมวยไทย ๙ ขั้น เกณฑ์มาตรฐานค่ายมวยไทยในต่างประเทศ และแนวทางการตรวจรับรองมาตรฐานค่ายมวยไทยในต่างประเทศ ทั้งนี้เพื่อให้กีฬามวยไทยยกระดับสู่สากลได้อย่างมีมาตรฐาน ให้เป็นธุรกิจสำคัญที่นำรายได้เข้าประเทศ โดยผู้เข้าร่วมการสัมมนามาจากผู้ประกอบการค่ายมวยไทย และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับวงการมวยไทยทั้งภาคราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้กล่าวเน้นย้ำด้วยว่าถ้ามีการบริหารจัดการที่ดีและดำเนินการอย่างมีคุณภาพได้รับการยอมรับ เรื่องของมวยไทยก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ที่นำกิจกรรมทางการกีฬามาสนับสนุนส่งเสริม และนำมาซึ่งรายได้ด้านการท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศไทย
 
       ภายหลังพิธีเปิดการสัมมนามีการอภิปรายโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันการพลศึกษาและการกีฬาแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริม สนับสนุนกีฬามวยไทยเพื่อการท่องเที่ยวและอนุรักษ์ศิลปะมวยไทย ซึ่งได้ข้อสรุปเป็น ๙ องค์ประกอบที่จะนำไปสู่แนวทางการส่งเสริม สนับสนุนกีฬามวยไทยเพื่อการท่องเที่ยวและอนุรักษ์ศิลปะมวยไทย ได้แก่
 
  1. เนื้อหาสาระหลักสูตร การเรียนการสอนมวยไทยถ้ามีการจัดเนื้อหาหรือหลักสูตรการเรียนการสอนมวยไทยอย่างเป็นขั้นตอน จะทำให้มวยไทยมีความหมาย น่าศึกษา ให้คุณประโยชน์ต่อผู้เรียนอย่างแท้จริง หลักสูตรมาตรฐานศิลปะมวยไทย ๙ ขั้น ของสถาบันการพลศึกษาจะเป็นแนวทางสนับสนุนให้การเรียนการสอนมวยไทยมีขั้นตอนที่ชัดเจนขึ้น
  2. องค์กรทางด้านมวยไทย แบ่งภารกิจกันอย่างชัดเจนและครบถ้วน เช่น องค์กรการอนุรักษ์มวยไทย องค์กรการตลาดและประชาสัมพันธ์มวยไทย องค์กรการจัดการเรียนการสอน องค์กรการจัดการแข่งขันมวยไทยสมัครเล่น องค์กรการจัดการแข่งขันมวยไทยอาชีพ
  3. บุคลากรมวยไทย ต้องได้รับการพัฒนาให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และพัฒนาไปตามภารกิจของแต่ละองค์กร แบ่งระดับครูมวยไทยตามความรู้ความสามารถอย่างชัดเจน
  4. สถานที่ อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก ในการเรียนการสอนมวยไทย ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ความสะดวกสบาย ครบครัน ครบวงจร ได้มาตรฐาน รองรับผู้เรียนได้ตามจำนวนที่ตั้งเป้าหมายไว้ เดินทางสะดวก อยู่ในทำเลที่เหมาะสม
  5. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ต้องมีการนำเข้ามาช่วยบริหารจัดการ จัดทำข้อมูลสารสนเทศ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ลงทะเบียน ค้นหาข้อมูลสถานที่เรียน ที่แข่งขัน เนื้อหาสาระของมวยไทย
  6. ความร่วมมือระหว่างองค์กร ระหว่างประเทศ ต้องมีเครือข่ายความร่วมมือให้การเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ การจัดการเรียนการสอน การจัดการแข่งขัน การพัฒนาครูมวยไทย
  7. วิทยาศาสตร์การกีฬา นำเครื่องมืออุปกรณ์วิทยาศาสตร์การกีฬามาช่วยพัฒนามวยไทย เช่น การวิเคราะห์ทักษะการเคลื่อนไหวของมวยไทย การสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายของนักมวยไทย การฝึกจิตและสมาธิ การป้องการและปฐมพยาบาลการบาดเจ็บ การนวดและบำบัดฟื้นสภาพด้วยความเย็นและความร้อนการกินอาหารและอาหารเสริมของนักมวยไทย และการวิจัยเกี่ยวกับมวยไทย
  8. ธุรกิจกีฬามวยไทยการนำการจัดการ การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ การตลาด มาใช้บริหารจัดการเพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ศิลปะมวยไทย
  9. นโยบายของรัฐบาล ที่จะให้ความสำคัญเรื่องของมวยไทย ว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรม มรดกของโลก หรือ ให้เป็นจุดขายเพื่อการท่องเที่ยวหรือ การศึกษา หรือจะให้เป็นศูนย์มวยไทยโลกเพื่อดูแลกิจการมวยไทยในทุกประเทศ

        นอกจากนี้ผู้เข้าสัมมนายังได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับหลักสูตรผู้ฝึกสอนกีฬามวยไทยอาชีพ, หลักสูตรมาตรฐานศิลปะมวยไทย ๙ ขั้น, และเกณฑ์มาตรฐานค่ายมวยไทยในต่างประเทศ โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและมีประสบการณ์ เพื่อเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับหลักสูตรมวยไทยที่นำมาใช้ในการเรียนการสอนหรือฝึกอบรมในปัจจุบัน โดยเฉพาะการส่งเสริมกีฬามวยไทยในต่างประเทศเป็นให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ รวมถึงการธำรงไว้ซึ่งความเป็นเอกลักษณ์ไทยในต่างแดน