ดร.สมบัติ คุรุพันธ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา(ป.กก.) เป็นประธานการแถลงข่าว และเลี้ยงขอบคุณสื่อมวลชน ในสไตล์ "สบายๆๆ สไตล์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 2554” พร้อมผู้บริหารของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เกี่ยวกับผลงานของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในรอบปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 และแถลงนโยบายการบริหารราชการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554
ดร.สมบัติ คุรุพันธ์ ป.กก. กล่าวว่า ตนเองได้รับมอบหมายจากนายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้เป็นประธานการแถลงข่าวพร้อมผู้บริหารของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และเลี้ยงขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชน ที่ให้ความอนุเคราะห์เสนอข่าวสารของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามาด้วยดี โดยตลอดปี 2553 และในต้นปี 2554 รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งกับฉายา "ปลัดลั้นลา” ที่ตรงกับบุคลิกภาพของตนเอง ซึ่งพี่น้องสื่อมวลชนมองว่าตนเองเป็นคนยิ้มแย้ม และชอบแจกยิ้มมาแต่ไกลนั้นเอง โดยนับตั้งแต่ การจัดตั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2545 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน นับเป็นปีที่ 9 ที่ต้องก้าวไปข้างหน้า ทั้งเรื่องของการท่องเที่ยวและกีฬา ที่จะต้องไปควบคู่กันอย่างมีเอกภาพ ตามอำนาจหน้าที่ที่บัญญัติไว้ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การกีฬา การศึกษาด้านการกีฬา และนันทนาการ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยมีภารกิจสำคัญในการบริหารยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวและกีฬาของชาติ ให้ขับเคลื่อนอย่างเป็นเอกภาพ และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
สำหรับผลการดำเนินงานของกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาในรอบปี 2553 ที่ผ่านมา มี ผลงานทั้งด้านการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่ง ถือว่าประสบความสำเร็จในภารกิจ แต่ละด้านเป็นอย่างดียิ่ง โดยด้านการกีฬาและ นันทนาการ อาทิ การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้ง ที่ 25 ซึ่งประเทศไทย ได้เป็น เจ้าเหรียญทอง การสนับสนุนการเป็น เจ้าภาพการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ณ ประเทศลาว การประกวดวงโยธวาทิตนักเรียนนักศึกษาชิงถ้วยพระราชทานเป็นประจำทุกปี การแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษา/เยาวชนแห่งชาติ การแข่งขันกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ณ ประเทศสิงคโปร์ ประเทศไทยได้อันดับที่ 14 จาก 205 ประเทศ การแข่งขันกีฬาอาเซี่ยนสคูลเกมส์ ณ ประเทศมาเลเซีย ประเทศไทยได้อันดับ 2 การ แข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศไทยได้อันดับที่ 9 จาก 45 ประเทศ การแข่งขันเอเชี่ยนบีชเกมส์ ณ ประเทศโอมาน ประเทศไทยได้อันดับที่ 1 จาก 43 ประเทศ การแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศไทยได้อันดับที่ 5 จาก 41 ประเทศ และด้านการท่องเที่ยว อาทิ โครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่ การจัดทำและขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการท่องเที่ยว เขตพัฒนาการท่องเที่ยว การจัดทำนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ การติดตั้งอุปกรณ์ให้ แสงสว่างสถานที่สำคัญริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา การ ดำเนินการตามมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว การประกันภัยคุ้มครองชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยในกรณีเกิด จลาจล การเพิ่มจำนวนนักท่อง เที่ยวต่างชาติให้เดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทยสูงถึง 15.8 ล้านคน/ปี ซึ่งเพิ่มถึง 11.96 %สร้างรายได้กว่า 6 แสนล้านบาท
สำหรับ แนวนโยบายการบริหารราชการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในปี 2554 ในด้าน การกีฬา มีแนวคิดคือ Sport for All : All for Sport จะพยายามพัฒนาคน สังคม และสร้างเสริมความสุขแก่มวลประชา โดยการวางรากฐานการกีฬาในทุกมิติ ใช้กีฬาเป็นสื่อเพื่อสร้างเสริมให้เกิดความสุข สมบูรณ์ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ความรัก ความสามัคคีของคนในชาติอย่างยั่งยืน โดยมีงานที่จะต้องดำเนินการในปี 2554 ได้แก่ การผลักดันแผนยุทธศาสตร์สร้างกีฬาไทยสู่ความเป็นเลิศ การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันกีฬา/นันทนาการระดับนานาชาติ/ระดับโลก การส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ/ระดับโลก การ สนับสนุน/จัดสร้างสนามกีฬาจังหวัด/อำเภอ/ตำบลที่มีมาตรฐานทั่วไทย การนำเอาหลักวิทยาศาสตร์การกีฬามาสนับสนุนการกีฬาของชาติ ให้เผยแพร่ในวงกว้าง ส่งเสริมและสนับสนุนให้คนไทยออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างเป็นประจำและเพิ่ม จำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมกีฬาไทยให้เป็น กีฬาสากลและบรรจุเป็นกีฬาระดับโอลิมปิกเกมส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมวยไทย ปรับปรุงกฏหมายที่ เกี่ยวข้องกับการกีฬาให้มีความทันสมัยและสนับสนุนซึ่งกันและกัน ตลอดจนสร้างวัฒนธรรมในการเล่น การชมและการเชียร์กีฬาอย่างเป็นสากล และด้าน การท่องเที่ยว มี แนวคิดคือ Tourism for All : All for Tourism จะพยายามสร้างสรรค์ ให้ประเทศไทย เป็นไทยแลนด์ แดนสวรรค์ โดยอาศัยทีมไทยแลนด์(Thailand Team) ร่วมกันสรรค์สร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวในลักษณะภาครัฐและภาคเอกชนไปด้วย กัน โดยมีงานที่จะต้องดำเนินการในปี 2554 ได้แก่ การก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่อย่าง ต่อเนื่อง การผลักดันแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ปี 2555-2559 การ ขยายมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว การประมาณการเป้าหมายนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวน 15.5 ล้านคน/ปี การประมาณรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 600,000 ล้านบาท การประมาณจำนวนนักท่องเที่ยวไทย 91 ล้านคน/ครั้ง การประมาณรายได้จากนักท่องเที่ยวไทย 432,000 ล้านบาท การพัฒนามาตรฐานการท่องเที่ยวของประเทศ ทั้งแหล่งท่องเที่ยวและการบริการการท่องเที่ยวให้เป็นสากลมากขึ้น ตลอดจนทำการปรับปรุงกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ให้มีความทันสมัยและสนับสนุนซึ่งกันและกัน ทั้ง นี้ทั้งนั้น จะมีการบริหารจัดการองค์กร เพื่อนำไปสู่การเป็น "องค์กรอัจฉริยะ” ทางด้านการกีฬาและการท่องเที่ยวชั้นนำระดับนานาชาติต่อไป
ปกก. กล่าวปิดท้ายว่า นอกจากนี้ ประเทศไทย ยังมีแผนเตรียมความพร้อมการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาฟุตซอลชิงแชมป์โลก ปี 2555 การเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนบีชเกมส์ ปี 2557 ตลอด จนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ ปี 2558 กีฬาเอ เชี่ยนอินดอร์เกมส์และมาร์ลเชียลอาร์ทเกมส์ ปี 2556/2558 กีฬาเอเชียนเกมส์ ปี 2561/2565 การร่วมมือกับประเทศในกลุ่มอาเซียน เสนอตัวเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลโลก และกีฬาโอลิมปิก ตลอดจนการเตรียมความพร้อม ในการเปิดเสรี การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ของกลุ่มประเทศอาเซียน ในปี 2015/2558 ด้วย ซึ่งได้กำหนดแนวนโยบายการบริหารราชการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้เกิดความยั่งยืน โดยการเตรียมความพร้อมทั้งภายในและภายนอกองค์กร โดยการนำเอาแนวคิดและแนวปฏิบัติเกี่ยวก้บ การท่องเที่ยวและการกีฬา เป็นวิถีชีวิตของคนไทยทุกคน(Tourism & Sport is the way of life of Thai people) ซึ่งในระยะยาวคนไทยทุก คน หากได้นำเอาการท่องเที่ยวและกีฬา มาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันที่จะต้องปฏิบัติ โดยถือเป็นเรื่องธรรมดาๆ สบายๆๆทุกวัน ตั้งแต่แรกเกิดจนสิ้นสุดอายุขัย จะทำให้ก่อเกิด เป็นความสุขทางกายและสุขใจ ตลอดจนมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของตนเองและของรัฐ ในการดูแลสุขภาพด้วย อันจะให้เกิดมรรคผลภาพรวม ตามอำนาจหน้าที่และวิสัยทัศน์ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา/รัฐบาลไทย บังเกิดเป็นความสำเร็จที่ชัดเจน เพื่อการพัฒนาคุณภาพเศรษฐกิจ คุณภาพสังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทยอย่างยั่งยืนต่อไป