นายสมบัติ คุรุพันธ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้การต้อนรับ นายอิสแวน บาร์โดส (Mr. Istvan Bardos) ประธานสหพันธ์จัดการแข่งขันนกพิราบบินเร็วนานาชาติ หรือ FCI (FEDERATION COLOMBOPHILE INTERNATIONALE) จากประเทศเบลเยี่ยม และคณะคือ นายเออร์เน็ต รอสซี (Chev. Ernest Rossi K.OCC) รองประธานสหพันธ์ฯ และนายแอสติล่า เพสโทร เลขาธิการสมาคม พร้อมด้วยนายชูศักดิ์ สิงห์สมบุญ ที่ปรึกษาสมาคมสหพันธ์นกพิราบแห่งประเทศไทย เข้าหารือสำหรับความพร้อมของประเทศไทยที่สามารถจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันนกพิราบบินเร็วนานาชาติ ในปี พ.ศ. 2558 หรือ ค.ศ. 2015
ประธานสหพันธ์ FCI กล่าวว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพรองรับการแข่งขันกีฬาในระดับนานาชาติหรือในระดับสากล และประเทศไทยยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าติดตาตรึงใจ ทั่วประเทศ ซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยี่ยมเยือนประเทศไทยตลอดเวลา ดังนั้น FCI จึงเห็นควรที่จะสนับสนุนให้ประเทศไทยเสนอชื่อเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันนกพิราบบินเร็วนานาชาติ ในปี 2015 อย่างไรก็ตามประเทศจีนมีความประสงค์ที่จะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพเช่นกัน แม้ว่าจีนจะเคยเป็นเจ้าภาพและจัดการแข่งขันมาก่อนหน้านี้
การจัดการแข่งขันนกพิราบบินเร็วนานาชาติ เกิดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1948 (พ.ศ. 2491) นับเป็นเวลาถึง 62 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในประเทศแถบยุโรปทุกๆ 2 ปี โดยได้ดำเนินการในลักษณะหลากหลายภาษาเพื่อให้เกิดความสัมพันธ์และการสื่อสารที่ดีระหว่างกลุ่มผู้รักและชื่นชอบในการเลี้ยงและเข้าแข่งขันนกพิราบ ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาสเปน และจะได้มีการขยายเป็นภาษาอื่นๆ เพิ่มเติม
สำหรับประเทศจีนนั้นเคยเป็นเจ้าภาพมาก่อนหน้านี้ รวมถึงประเทศญี่ปุ่นที่เคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันไปเมื่อปี ค.ศ. 1971 (พ.ศ.2514) นับได้ว่าประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ยังไม่มีประเทศใดเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันดังกล่าวมาก่อน และตัวอย่างที่เป็นประเทศสมาชิกของสหพันธ์ อาทิ ประเทศจีนมีสมาชิกจำนวน 600,000 ราย ญี่ปุ่น 200,000 ราย ไต้หวัน 50,000 ราย เป็นต้น
นายสมบัติ คุรุพันธ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้กล่าวเสริมว่า หากประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในปี ค.ศ. 2015 จะเป็นการดึงนักท่องเที่ยวจากประเทศแถบยุโรปและประเทศอื่นๆ ให้เข้ามาเที่ยวในประเทศไทยได้ถึง 30,000 คน ในช่วงเวลาที่มีการจัดการแข่งขันดังกล่าว ซึ่งปกติจะจัดขึ้นจำวน 4 วัน นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการสร้างและประชาสัมพันธ์ประเทศไทยให้กับประเทศที่เป็นสมาชิกผู้เข้าแข่งขันในทวีปอื่นๆ เพื่อมาเยือนประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีกด้วย ดังนั้นจึงเท่ากับเป็นการเสริมความแข็งแกร่งด้านการกีฬาในระดับนานาชาติและสร้างมูลค่าเศรษฐกิจด้านธุรกิจการท่องเที่ยวควบคู่กันไป โดยตัวแทนจากประเทศไทยจะเดินทางไปยังประเทศโปร์แลนด์เพื่อเจรจาขอเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันนกพิราบบินเร็วนานาชาติ ปี ค.ศ. 2015 นั้นจะเดินทางไปเจรจาในวันที่ 28 – 30 มกราคม 2554 ศกหน้า
ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังกล่าวเสริมเกี่ยวกับการดูแลบริหารจัดการเรื่องการขนย้ายนกพิราบจากประเทศผู้เข้าแข่งขัน ว่าจะจัดให้มีระบบที่รัดกุม มีการป้องกันเป็นอย่างดี เพื่อให้เกิดความสะดวกปลอดภัย และปลอดจากเชื้อโรคนานาชนิดที่อาจเกิดขึ้นกับนกพิราบได้
สำหรับในช่วงนี้ประเทศไทย โดยสมาคมสหพันธ์การจัดแข่งนกพิราบประเทศไทย ได้จัดการแข่งขันนกพิราบบินเร็วนานาชาติขึ้น ระหว่างวันที่ 8 - 11 ธ.ค. 2553 ณ จังหวัดหนองคาย ขอนแก่น โดยใช้เส้นทางจากขอนแก่นกรุงเทพฯ ระยะทาง 400 กม. ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (ควีนส์คัพ) และหนองคายกรุงเทพฯ ระยะ 520 กม. ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช (คิงส์คัพ) และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (ปริ๊นเซสคัพ) พร้อมเงินรางวัล 1.2 ล้านบาท โดยมีทั้งหมด 19 ประเทศเข้าร่วม คือ เยอรมนี, เบลเยียม, เนเธอร์แลนด์, ออสเตรเลีย, อังกฤษ, อิตาลี, สวิตเซอร์แลนด์, ออสเตรีย, โปรตุเกส, สวีเดน, สาธารณรัฐเช็ก, จีน, ไต้หวัน, โรมาเนีย, ฮังการี, ฝรั่งเศส, มอลตา, ฟิลิปปินส์ และไทย ทั้งหมดกว่า 4,500 ตัว หากท่านใดสนใจสามารถเข้าชมได้ที่ www.fcithailand.com หรือ http://www.thairacingpigeon.com/