ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียน ครั้งที่ 13 (ASEAN Tourism Forum 2010) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2553 ณ กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน ประเทศบรูไน ดารุสซาลาม
สรุปการประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียน ครั้งที่ 13
วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2553
ณ Empire Hotel and Country Club
กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน ประเทศบรูไนดารุสซาลาม
ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียน ครั้งที่ 13 โดย H.E. Pehin Dato Yahya รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและทรัพยากรพื้นฐาน (Minister of Industry and Primary Resources) เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมรัฐมนตรีฯ รับทราบสาระสำคัญของการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ ประเทศไทย เมื่อเดือนตุลาคม 2552 โดยเลขาธิการสำนักเลขาธิการอาเซียน (ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ) ได้แจ้งที่ประชุมว่า ในภาพรวม เป็นการเน้นย้ำความสำคัญของการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดของรัฐมนตรีอาเซียนทั้ง 12 สาขา เพื่อนำไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และได้กล่าวถึงผลการประชุมคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เกี่ยวกับความคืบหน้าการดำเนินงานตาม Roadmap for ASEAN Community ประกอบด้วยพิมพ์เขียวทั้ง 3 ด้านหลัก (ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม) ตลอดจนการอำนวยความะสะดวกทางการค้า โลจิสติกส์ และความเชื่อมโยงด้านห่วงโซ่อุปทาน (supply chain connectivity) ในภูมิภาคโดยให้อาเซียนเป็นศูนย์กลาง และสามารถเชื่อมโยงไปยังภูมิภาคต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีแผนงานสำคัญ คือ การเชื่อมโยงและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานในอาเซียน การสร้างเครือข่ายการผลิตและการขนส่ง โดยจะตั้งคณะทำงานระดับสูง (High Level Task Force) ขึ้นมารับผิดชอบ และเห็นพ้องกันว่าการท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจ และลดช่องว่างการพัฒนาระหว่างประเทศสมาชิก จึงขอให้รัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียนร่วมมือกันเพื่อให้มติดังกล่าวเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบข้อเสนอของประเทศไทย ในการเพิ่มข้อความที่บรรจุในที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 14 ซึ่งกล่าวถึงแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวอาเซียน พ.ศ. 2553-2558 การส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN Tourism Connectivity Corridors) และการสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวของเยาวชนลงในสาระสำคัญของผลการดำเนินงานตามมติที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย
ที่ประชุมรัฐมนตรีฯ ได้ให้การรับรองรายงานผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสครั้งที่ 30 และครั้งที่ 31 ซึ่งเป็นการรายงานความก้าวหน้าและผลการดำเนินงานที่สำคัญของคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวอาเซียน โดยที่ประชุมได้ร่วมกันให้ความคิดเห็นอย่างกว้างขวางเพื่อให้แผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวอาเซียน พ.ศ. 2553-2558 มีความสมบูรณ์ ประเด็นสำคัญที่ประเทศสมาชิกเสนอว่าควรมีอยู่ในแผนด้วยคือ การส่งเสริมความเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวในอาเซียนทั้งทางรถ เรือ และเครื่องบิน การกำหนดแผนการตลาดและสินค้าการท่องเที่ยวที่ชัดเจน มีการริเริ่มสินค้าทางการท่องเที่ยวใหม่ ๆ และเป็นเอกลักษณ์ และให้ถือว่าการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการตามแผน ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ขอให้ประเทศสมาชิกมีความเป็นเอกภาพและมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการให้มติที่ประชุมคณะทำงานต่าง ๆ เกิดผลสำเร็จ ซึ่งอาจทำได้โดยการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมในประเทศตนเองหรือประเทศสมาชิกอื่น หรือให้การสนับสนุนงบประมาณ พร้อมทั้งขอให้สำนักเลขาธิการอาเซียนสนับสนุนให้มีประเด็นเรื่องการท่องเที่ยวอยู่ในวาระการประชุมสุดยอดอาเซียน และควรให้แผนยุทธศาสตร์ฯ กำหนดให้มีการจัดเก็บสถิติการท่องเที่ยวอาเซียนให้ครอบคลุมมากขึ้น เช่น การจัดเก็บจำนวน room occupancy และ job employment โดยอาจขอความช่วยเหลือทางวิชาการในด้าน TSA จาก UNWTO และได้ขอบคุณประเทศมาเลเซียที่เสนอให้ส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยรถไฟและการให้ความช่วยเหลือประเทศไทยในช่วงปิดสนามบิน ที่ประชุมรัฐมนตรีฯ ได้ร่วมกันพิจารณาการนำเสนอผลการปรับปรุง website: www.southeastasia.orgโดยASEANTA ตามที่ได้รับข้อเสนอแนะจากที่ประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส ซึ่งที่ประชุมรัฐมนตรีฯ ชื่นชมในความพยายามและให้การสนับสนุนแต่ขอให้มีการปรับปรุง website ให้เป็นไปตามคำแนะนำของประเทศสมาชิก ที่ประชุมรัฐมนตรีฯ ได้ร่วมกันพิจารณาและปรับปรุงร่างแถลงการณ์ร่วมรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียน ครั้งที่ 13 ร่างแถลงการณ์ร่วมรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียน +3 และร่างแถลงการณ์ร่วมรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียนกับอินเดีย เพื่อให้การรับรองในการประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียน +3 และการประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียนกับอินเดีย