ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ขนาดตัวอักษร
สีตัวอักษร

ก.ท่องเที่ยวฯ ร่วมมือ NIDA จัดทำนโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

เผยแพร่เมื่อ 14 มิถุนายน 2561

แชร์:
ก.ท่องเที่ยวฯ ร่วมมือ NIDA จัดทำนโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
          วันที่ 14 มิถุนายน 2561 ณ องค์การสหประชาชาติ ประเทศไทย นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  เป็นประธานเปิดการประชุมเพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์นโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของประเทศไทย ซึ่งจัดโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับคณะการจัดการการท่องเที่ยวสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) จัดทำนโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยน้อมนำองค์ความรู้จากหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็นแนวทาง
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์หลังเป็นประธานเปิดการประชุมเพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์นโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของประเทศไทย ว่า นโยบายนี้เป็นการจัดทำขึ้นเป็นครั้งแรกโดยมีแนวทางการพัฒนา 3 ด้าน ได้แก่ (1) นโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ระยะ 15 ปี (2) ระบบติดตามและตรวจสอบการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของไทย (Thailand Tourism Watch) และ (3) คู่มือการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของไทย เพื่อการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ
          นโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของประเทศไทย จัดทำโดยน้อมนำองค์ความรู้จาก หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งหัวใจของแนวคิดแบบพอเพียง คือ การใช้ทรัพยากรให้สมดุลและเหมาะสม จนสามารถสร้างมูลค่าได้อย่างสูงสุด เพื่อสร้างความอยู่ดีกินดีของประชาชนมาประยุกต์ใช้ ประกอบกับเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ 17 ประการ หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ซึ่งมีเป้าหมายสูงสุด คือ การขจัดความยากจนในทุกมิติและทุกรูปแบบ รัฐบาลไทยในฐานะประเทศสมาชิก จำเป็นต้องผลักดัน ให้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนดังกล่าวบรรลุผลสำเร็จ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีภารกิจที่ต้องดำเนินงาน ด้านการท่องเที่ยวให้บรรลุเป้าประสงค์ 3 ข้อ ได้แก่ ข้อ 8.9 "ออกแบบและใช้นโยบายที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนที่จะสร้างงานและส่งเสริมวัฒนธรรมและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ภายในปี 2573” ข้อ 12บี "พัฒนาและดำเนินการใช้เครื่องมือเพื่อจะติดตามตรวจสอบผลกระทบของการพัฒนาที่ยั่งยืนสำหรับการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนที่สร้างงานและส่งเสริมวัฒนธรรมและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น” และข้อ 14.7 "การเพิ่มผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่รัฐที่กำลังพัฒนาเป็นเกาะขนาดเล็ก และประเทศพัฒนาน้อยที่สุดจากการใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน รวมถึงผ่านทางการบริหารจัดการอย่างยั่งยืนในเรื่องการประมงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการท่องเที่ยว” ซึ่งเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงต่างมีจุดมุ่งหมายที่สอดคล้องกัน คือ การสร้างความเป็นอยู่ที่ดีแก่ประชาชนและชุมชน การเตรียมรับและลดผลกระทบจากการท่องเที่ยว และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน มีความสมดุลทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ มีการประยุกต์ใช้จากองค์ความรู้จากหลักเกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Global Sustainable Tourism Criteria หรือ GSTC) ของสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก ซึ่งเป็นแนวทางพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลอีกด้วย
          นายพงษ์ภาณุ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะนำนโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของประเทศไทย เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ พร้อมผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในทุกภาคส่วน ปัจจุบันองค์การบริการการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานในด้านนี้ และจะมีการร่วมกันคัดเลือกชุนชนท่องเที่ยวหรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ เพื่อรับการประเมินตามหลักเกณฑ์ GSTC เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนต้นแบบต่อไป