วันที่ 10 เมษายน 2561 นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผนึกกำลังเครือข่ายลงพื้นที่ถนนข้าวสารรณรงค์ "นักท่องเที่ยวขับขี่ปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์” เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว พร้อมทั้งกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เกิดความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับกฎหมาย กฎจราจร มารยาทในการขับขี่ และรู้จักวิธีป้องกันตนเองในการขับขี่ยานพาหนะ เพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินที่อาจจะเกิดขึ้นจากความประมาทในการใช้รถใช้ถนน อีกทั้งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในด้านการท่องเที่ยวในเทศกาลสงกรานต์ของประเทศไทยและกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเกิดจิตสำนึกในการช่วยกันป้องกันอุบัติเหตุทางถนนได้
จากสถิติ 7 วันอันตรายช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2560 ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สรุปอุบัติเหตุทางถนนรวม 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 - 17 เม.ย. 60 เกิดอุบัติเหตุรวม 3,690 ครั้ง โดยมีสาเหตุสูงสุด 3 อันดับแรกจากการเมาแล้วขับ 1,589 ครั้ง ขับรถเร็ว 1,028 ครั้ง และตัดหน้ากระชั้นชิด 547 ครั้ง ประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 2 อันดับแรก ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 3,230 คัน รถปิกอัพ 260 คัน แยกเป็น รถส่วนบุคคล 3,428 คัน รถโดยสารสาธารณะ 230 คัน รถบรรทุก 21 คัน พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เสียชีวิตและบาดเจ็บ 5 อันดับแรก ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย เมาแล้วขับ ขับรถเร็วตัดหน้ากระชั้นชิด และรถจักรยานยนต์ไม่ปลอดภัย ผู้เสียชีวิตรวม 390 ราย
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตระหนักถึงสาเหตุดังกล่าว จึงได้เน้นย้ำมาตรการ 3 ป.ที่เคยกำหนดไว้เพื่อกระตุ้นเตือนให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ตระหนักถึงความปลอดภัยและลดอุบัติภัยบนท้องถนน ได้แก่
- ป แรก คือ ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ ความปลอดภัยในการปฏิบัติตัวที่เหมาะสมผ่านโครงการประชาสัมพันธ์และเตือนภัยทางการท่องเที่ยว ในพื้นที่ 12 จังหวัด 15 แห่ง ในท่องเที่ยวสำคัญ เช่น หาดป่าตอง หาดกะตะ จังหวัดภูเก็ต ถนนคนเดินประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ เกาะสมุย เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี
- ป สอง คือ ป้องกันภัยจากการท่องเที่ยวโดยรณรงค์ผ่านโครงการขับขี่ปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวหรือเจ้าหน้าที่ศูนย์ TAC จำนวน 221 คน อาสาสมัครของกรมการท่องเที่ยว จำนวน 57 คน ปฏิบัติงานร่วมกับฝ่ายปกครองและป้องกันภัยของจังหวัดในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญใน 14 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย อุบลราชธานี อุดรธานี สุโขทัย ชลบุรี(เมืองพัทยา) กาญจนบุรี พระนครศรีอยุธยา ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) กระบี่ สงขลาและพังงา นอกจากนี้ จัดทำซองกันน้ำอเนกประสงค์ พิมพ์ข้อความเป็นภาษาอังกฤษเพื่อเตือนภัย ในการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประกอบด้วย ขับรถต้องมีใบอนุญาตขับขี่ขับรถต้องสวมหมวกนิรภัย ขับรถไม่เร็วกว่าที่กฎหมายกำหนด และขับรถไม่ดื่มสุรา
- ป สาม คือ ปกป้องสิทธิและการให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวโดยจัดอบรมและซ้อมแผนป้องกันและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว โดยเน้นการป้องกันทางทะเล มีจังหวัดที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ได้แก่ กระบี่ ภูเก็ตและเพชรบุรี พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวและประสานงานในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับสิทธินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
นายพงษ์ภาณุ กล่าวเพิ่มเติมว่า วันสงกรานต์เป็นเทศกาลสืบสานประเพณีไทย เป็นเทศกาลแห่งความสุข ความรื่นเริงและเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนเดินทางกลับไปภูมิลำเนาเพื่อพบปะสังสรรค์ระหว่างคนในครอบครัว ญาติมิตรหรือเพื่อน ซึ่งมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน เป็นเหตุให้การจราจรบนท้องถนนคับคั่งกว่าปกติโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุ สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินก็มีมากขึ้น และผู้คนบางส่วนมีการเฉลิมฉลองด้วยสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุในระหว่างการเดินทางโดยเฉพาะอย่างยิ่งอุบัติเหตุจากการจราจรทางบก"